สอบสัมภาษณ์แฟชั่น
posted on 16 Jan 2008 20:51 by anafe
อ่า...สอบสัมภาษณ์คณะแฟชั่น มศว.ไปเมื่อวันที่ 13 หนุกหนานมาก 555+
เป็นประสบการณ์ที่ดีมากเลยล่ะ
ตอนเข้าไปในห้องรอเค้าเรียกตัวไปสัมภาษณ์ทีละคน
ก็มีพี่ๆปี2ขึ้นไปของคณะมาคุยๆเรื่องเครื่องแบบ
พี่ๆแต่ละคนก็ โอ้ว จอร์จ.....รู้สึกจะไม่มีชายแท้เลย
พี่ที่ภายนอกเป็นผู้หญิง แต่เสียงก็ได้บ่งบอกชัดเจน O_O
แต่ผู้หญิงก็มีเยอะอ่ะนะ
เริ่มแรกพี่ๆให้ทำแบบทดสอบที่บอกว่ามีผลต่อคะแนนสัมภาษณ์
มาดูตัวอย่างคำถามกัน
1.ข้อมูลส่วนตัว...ก็กรอกชื่อ ที่อยู่ ปรมานนั้น จนถึง
"เพศ" ......มีให้ติ๊ก 10 กว่าช่อง!!
1.ชาย 2.หญิง 3.ตุ๊ด 4.เกย์ 5.ทอม 6.กระเทย 7.เลสเบี้ยน
8.กระเทยมีนม 9.กระเทยไม่มีนม 10.กระเทยแปลงเพศ
11.กระเทยยังไม่แปลเพศ 12.อื่นๆ
......- -(อา....มือสั่น....แต่เราก็ติ๊กช่องผู้หญิงไปจนได้)
พี่ๆก็บอกว่า "น้องสำหรับช่องเพศเนี่ยให้ตอบตามความจริงนะน้อง
เพราะถ้าโกหกละก็พี่มีเรด้านะจะบอกให้"
คำถาม
อันที่จริงคำถามแบบมีสาระๆก็มีนะ อย่างเช่น
นางแบบในดวงใจคือ
ชอบแบรนด์อะไร
ดีไซเนอร์ที่ชอบ
สไตล์การแต่งตัว
แต่....จะยกคำถามแปลกๆมาให้ดูกัน
1.นส.ริโยะ โมริ มิสยูนิเวิสชาวญี่ปุ่นได้รับมงกุฏซึ่งประดับด้วยไข่มุกของ มิกิโกโต้
และเธอสวมชุดของGucci ขึ้นในการรับรางวัล คุณมีความคิดเห็นอย่างไรต่อนส.ลีน่า จังจัรรจา
ผู้สมัครสส.แบบแบ่งเขตเบอร์34 คนนี้?
- โอ้ ก๊อดแดม.....มันจะถามไรฟร้าเนี่ยยยย ไม่เกี่ยวกัยเลยให้ตาย
เลยตอบแบบงงๆตามคำถามมันไป
2.ให้อ่านเรื่องเกี่ยวกับการทำนายวิกฤตเมืองไทยปี51 1หน้ากระดาษแล้วตอบคำถาม
คำถาม
จากเรื่องข้างต้น คุณคิดว่าใครจะได้เป้นนายกรัฐมนตรีคนต่อไป
1.พจมาน ชินวัตร
2.เมย์ เฟื่องอารมย์+อั้ม พัชราภา(สภาร่วม)
3.เข็ม
4.???
- อุตส่าห์อ่านเรื่องตั้งนาน......เลยวงข้อ1ไป แบบงงๆ
อันนี้เป็นคำถามของเพื่อนอีกคณะนึง
คุณคิดว่า ทาทา มีส่วนช่วยให้โลกร้อนหรือ ไม่ แล้วคุณจะมีวิธีแก้ไขยังไง?
- ไม่รู้เพื่อนมันตอบยังไงของมัน
แล้วพี่ๆก็ให้ออกมาแนะนำตัวทีละคน ให้บอกชื่อ ร.ร.แล้วก็"เพศ"
ฮา แบบไม่ไหวแล้วตอนแต่ละคนบอกเพศเนี่ย
บางคน she มั่นมาก บอกเต็มปากเต็มคำว่า
"ชื่อ...เป็นชะนีค่ะ" (โอ้ววว เธอ แรงงงง~)
ผู้ชายบางคนหน้าใส ผิวขาว แก้มชมพู ขาเนียน
บอกว่าตัวเองเป็น "ผู้ชาย100%" พวกพี่ๆหันมาถามว่า
"น้องแน่ใจเหรอคะ"
บางคนก็บอกว่า "ผมยังตัดสินใจไม่ได้..."
ไม่ก็ "เป็น...ผู้ชายค่ะ"
หรือ "เมื่อก่อนเป็นทอม แต่ตอนนี้เป็นไบค่ะ"
ใครที่ตอบแบบตรงๆ มั่นๆอย่างนี้พวกพี่ก็จะพากันกรี๊ดสนั่น
พอถึงตาเรา "ชื่อ...อยู่เซนต์โย...เป็น...ผู้หญิงค่ะ"
พี่กระเทยคนนึงก็พูดขึ้นมาว่า
"น้องแน่ใจเหรอคะ...แต่คนที่พี่รู้จักที่อยู่ร.ร.นี้เค้าไม่ได้เป็นผู้หญิงนะคะน้อง"
(ถ้างั้นพี่คงเจอ ทอม หรือดี้ยังไม่กลับใจสินะคะ TwT 5555+)
สนุกดี เฮฮา พอถึงตอนสัมภาษณ์จริงๆก็ตื่นเต้น ใจเต้นเร็วเลย
ถึงจะรู้อยู่ว่า เราก็คงไม่ได้เอาที่นี่เพราะพ่อแม่อยากให้แอดมิชชั่นก็เถอะ
แต่ก็อยากให้สัมภาษณ์ได้ดีๆอ่ะ
เพื่อนคนแรกกลับมาจากการสัมภาษณ์ ก็หน้านิ่ว
บอกว่าเค้ากดดันจนจะร้องไห้
เราก็ O_O...ขนาดนั้นเลยเหรอ ก็ถามไปว่าเค้าถามยังไงเหรอ
เพื่อก็บอกว่า...
เค้าก็ให้แนะนำตัว แล้วถามว่าไปสอบที่ไหนอีกรึเปล่า เค้าก็ตอบไป
อ.ก็ถามคำถามถัดมาเป็นเชิงว่าจะเลือกอะไร ทำไมถึงมาเลือกที่นี่ล่ะ
เพื่อนก็อึ้งไป แต่จำไม่ค่อยได้ว่าเพื่อนตอบไปยังไง แต่ก็อึ้งไปแหละ
ต่อมาเค้าก็ถามว่า
"คุณรู้ไหม ว่าแฟชั่นนี่เรียนหนักนะ คุณมีจักรเย็บผ้ารึเปล่า"
เพื่อนก็บอกว่าแม่เค้ารู้จักกับบริษัที่ขายจักรเย็บผ้าก็ซื้อได้ในราคาถูก ก็ไม่มีปัญหาเรื่องเครื่องมือ
"เวลาคุณเรียนคุณต้องเอาจักรเย็บผ้ามาเรียนทุกวันนะ คุณคิดว่าไหวไหม"
เพื่อนก็ตอบว่า"จะพยายามค่ะ"
บางคนก็โดนถามว่า "ทำไมถึงเลือกที่นี่"
เค้าก็ตอบว่า "ก็เพราะใกล้บ้านค่ะ"
อ.ก็ถามว่า "แค่ใกล้บ้านเท่านั้นเหรอ"
เพื่อนคนนั้นก็เหวอไป....จะตอบไงต่อละนี่
ระหว่างรอเราก็ฟังๆคนอื่นๆที่เข้าไปสัมภาษณ์พูดๆแลกเปลี่ยนกัน
ส่วนใหญ่จะโดนคำตอบตัวเองฆ่าตัวเอง ทำให้เปิดช่องถามลึกไปได้เรื่อยๆ
อย่างเช่นเรื่องไปสอบที่อื่นมาเนี่ยตัวดีเลย เพราะคนที่ไปสอบหลายที่ส่วนใหญ่ก็ตอบไปตรงๆ
ทำให้อ.ที่คุมสัมภาษณ์ถามคำถามเป็นเชิงให้เลือก ทำให้คนตอบอย่างเราๆอ้ำอึ้ง
มาถึงตาเรา.....
เราก็เอาพอร์ตไปมีงานนิดหน่อย มีงานJewelด้วย2แผ่นใหญ่
แล้วก็งานที่เคยออกบูธร้านของเรา LDS
มีงานนิเทสศิลป์ แล้วก็ที่แต่งคอสเพลย์อีกหน่อย
ที่สัมภาษณ์มี อ.3ท่าน ช2 ญ1
เพื่อนบอกอ.ที่ชอบกดดันก็เป็นอ.ผู้หญิงที่มีอายุหน่อยที่นั่งตรงกลาง
อ.ที่เป็นผู้ชาย 2 คนแต่งตัวดีมากอ่ะ แบบลุคดีไซเนอร์เลยอ่ะ O_O
เราก็สูดหายใจลึกๆ แล้วเดินเข้าไปในห้อง แล้วไหว้อ.ก่อน
แล้ววางพอร์ตบนโต๊ะ อ.ก็เปิดไปเจอแผ่นที่เราออกแบบ jewel
อ."อ้าวนี่.....เราสอบเข้าjewel หรอ"
"เปล่าค่ะ คือหนูเคยติวหลายอย่างมาเพราะชอบน่ะค่ะ
แล้วคิดว่า มันน่าจะนำมาประกอบกันได้(ยิ้ม)"
ถ้าเปลี่ยนยิ้มเป็นเงินได้ เราคงได้ยินเสียงเงินร่วงกราว55+
ก่อนอื่นก็แนะนำตัว ชื่อ...ร.ร...พ่อแม่ทำงานอะไร
เราก็บอกไปว่าพ่อทำtextileอยู่สำเพ็ง เป็นเจ้าของร้าน
อ."นี่โดนบังคับมาเรียน เพราะต้องสานต่อกิจการที่บ้านรึเปล่าเนี่ย"
"เปล่าคะ คือหนูเป็นคนที่ชอบทำงานฝีมืออยู่แล้วน่ะค่ะ"(ส่งยิ้มพิมพ์ใจ)
อ."คุณพ่อทำผ้าแบบไหนเหรอ"
"อ๋อ ผ้าลายตารางค่ะ แบบเชิ้ตผู้ชาย"
อ."ชอบเสื้อผ้าสไตล์ไหน"
"ชอบแบบ victorian กับ Rococo ค่ะ"
อ.เปิดดูพอร์ต "นี่เราเป็น พวกคอสเพลย์รึเปล่าเนี่ย"
"(ยิ้ม)....ใช่ค่ะ(โอ้ว...อ.รู้จักด้วยยย)"
อ."แล้วเราคิดว่าจะเอาที่เราแต่งคอสเพลย์เนี่ย
มาใช้ในสไตล์ของเรายังไง"
"ก็อย่างที่ได้บอกไปนะคะ ว่าหนูชอบสไตล์victorian กับ Rococo
เสื้อผ้าสไตล์ของหนูก็จะออกมาแนวนี้ค่ะ"
อ."แบรนด์ ที่ชอบล่ะ"
"ชอบ Anna Sui ที่สุดค่ะ(ยิ้ม)
อ."ดีไซน์เนอร์ที่ชอบล่ะ"
"Akinori Isobe,Novalatakemoto,Anna sui,Vivienne Westwood ค่ะ"
อ.ผู้หญิงยิ้มๆแล้วชี้ในพอร์ตเราให้อ.อีกคนดู
รู้สึกมันจะเป็นหน้าที่เราลงรูปของที่ขายกับรูปคอสไว้
แล้วก็เปิดไปหน้าที่เราเคยทำชุดให้น้องไปคอสนานะ
เราก็บอกว่าชุดนั้นทำให้น้อง แต่ว่าก็ไม่ได้ทำเองทั้งหมด ก็บอกไปว่า
"พอดีเพื่อนคุณแม่เป็นช่างตัดเสื้อน่ะค่ะ ช่วง Summer เลยไปฝึกทำ
หนูเลยใช้จักรเย็บผ้าเบื้องต้นได้ค่ะ...เวลาหนูเย็บอะไรก็ไปเย็บที่บ้านเพื่อนคุณแม่ค่ะ""
อ."แล้วหนูมีจักรเย็บผ้ารึยัง เรียนคณะนี้ต้องใช้นะ"
"(ยิ้ม)คุณพ่อ คุณแม่บอกว่าถ้าหนูเอนท์ติดจะซื้อให้เครื่องนึงค่ะ
(ตรงนี้เรายิ้มกว้างไปเลย เพราะนอกจากเป็นความจริงแล้ว
มันยังเป็นคำตอบแบบปูทางให้เราอีก >e<)
สุดท้าย อ.ผู้หญิงก็ยิ้มแล้วหันไปทางอ.อีกคนแล้วพยักหน้ากัน
"ได้ล่ะเนอะ"
แล้วอ.ผู้ชายก็ติ๊กอะไรลงไปในกระดาษ เราก็ยิ้มแก้มปริ
(แอบเข้าข้างตัวเอง โห...รู้ผลเลยเหรอเนี่ย)
แล้วอ.ก็ยื่นกระดาษที่เป็นรายละเอียดกำหนดการอื่นๆให้
เราก็ถามว่า "สัมภาษณ์จบแล้วเหรอคะ"
"อื้อ จบแล้ว หรืออยากจะสัมภาษณ์ต่อล่ะ(ยิ้ม)"
"อ๋อ ไม่ค่ะ ขอบคุณมากค่ะอาจารย์
แถมอ.ผู้ชายอีกคนยังพูดเล่นกับเราว่า
"มามหาลัยห้ามแต่งชุดแบบนี้มานะ" เราก็หัวเราะ
"ไม่หรอกค่ะ แหะๆ^e^"
ไม่ว่าอ.เค้าจะถามอะไรเราตอบได้แบบไหลลื่นไม่ติดเลยสักนิด
ยังรู้สึกอีกว่าไม่เห็นน่ากลัวเลย แถมไม่กดดันด้วย
เรารู้สึกดีกับพวกอาจารย์นะ รู้สึกเป็นความประทับใจแรกเลยล่ะ
แล้วก็เพื่อนๆที่เจอกันวันนี้ด้วย ทุกคนคุยด้วยง่ายหมดเลย
ไม่มีใครวางท่าอะไร เพราะผู้ชายก็จะพูดแบบภาษาผู้หญิง นุ่มนิ่มๆ
เราก็พลอยติดสำเนียงแบบกระเทยมาหน่อยๆ แต่มันสนุกดีนะคุยแบบนี้
รู้สึกไม่เกร็งเลย เป็นเพื่อนกันได้หมด
แต่ก็เสียดายเหมือนกันที่เราจะสละสิทธิ์ ก็อยากทำให้พ่อแม่พอใจ
ไปเข้าคณะที่กลางๆให้มีอะไรที่มั่นคง ถ้า แอดกลางไม่ได้จริงๆ
พ่อก็อยากให้ไปเข้า ABAC เพราะเราถนัด ภาษาอังกฤษ
ตอนนี้ก็ขอทุน ABAC ไปอยู่
ถึงยังไงเราก็ไม่ได้ทิ้งสิ่งที่ชอบไป เราก็จะกลับมาทำมัน
สักวันนึง เราคงได้เจอกับพวกอาจารย์
ทุกอย่างทีผ่านมามันทำให้เรารู้ว่า
"ไม่มีอะไรแน่นอน แม้จนนาทีสุดท้าย อะไรๆก็มีเปลี่ยนแปลงได้"
ที่จริงมีคำถามหลายอย่างอีก แต่จำได้ประมาณนี้อ่านะ
ไปอ่านหนังสือต่อแล้ว Fightto!!
เจอกันเมื่อชาติต้องการ วะ~ฮะ~ฮะ~ฮ่า~
Special Thx
ขอบคุณทุกคนที่มาให้กำลังใจตลอดโดยเฉพาะพี่ๆที่แนะนำตลอด
ขอโทษด้วยที่อาจไม่ได้ติดต่อไป ขอบคุณสำหรับความช่วยเหลือทุกๆอย่าง >_<b
ถึงจะต้องไฟท์กับที่บ้านพอควรแต่ผลในระยะยาวมันทำให้เราสบายใจกว่านะคะ

ปล.แบบสอบถามน่ากลัวไม่แพ้ที่คณะเราเลยอ่ะ
#1 By The Flaneur on 2008-01-16 22:50